วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ใบงานเรื่องบริการต่างๆบนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

♬บริการต่างๆบนอินเทอร์เน็ต♫

                     
  1. World Wide Web (WWW) เครือข่ายใยแมงมุม
       

     เป็นการเข้าสู่ระบบข้อมูลอย่างข้อมูลในรูปของ Interactive Multimedia คือ มีทั้งรูปภาพ ข้อความ ภาพเคลื่อนไหว เสียง และวีดีโอ อีกทั้งข้อมูลเหล่านี้ยังใช้ระบบที่เรียกว่า hypertext กล่าวคือ จะมีคำสำคัญหรือรูปภาพในข้อมูลนั้นที่จะช่วยให้ท่าน เข้าสู่รายละเอียดที่ลึกและกว้างขวางยิ่งขึ้น คำสำคัญดังกล่าวจะเป็นคำที่เป็นตัวหนา หรือขีดเส้นใต้ เพียง แต่ท่านเลือกกด ที่คำ ที่เป็นตัวหนาหรือขีดเส้นใต้ นั้น ๆ ท่านก็สามารถเข้าสู่ข้อมูลเพิ่มเติมได้     






2. จดหมายอิเลคทรอนิกส์ (Electronic Mail)


   จดหมายอิเลคทรอนิกส์หรือที่เรียกกันว่า E-mailเป็นการสื่อสารที่นิยมใช้กันมากเนื่องจากผู้ใช้สามารถติดต่อสื่อสารกับบุคคลที่ต้องการได้รวดเร็ว ภายในระยะเวลาอันสั้น ไม่ว่าจะอยู่ในที่ทำงานเดียวกันหรืออยู่ห่างกันคนละมุมโลกก็ตามนอกจากนี้ยังสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อย

องค์ประกอบของ e-mail address ประกอบด้วย
1. ชื่อผู้ใช้ (User name)
2. ชื่อโดเมน Username@domain_name

การใช้งานอีเมล สามารถแบ่งได้ดังนี้ คือ
1. Corporate e-mail คือ อีเมล ที่หน่วยงานต่างๆสร้างขึ้นให้กับพนักงานหรือบุคลากรในองค์กรนั้น
 เช่น u47202000@dusit.ac.th คือ e-mail ของนักศึกษาของสถาบันราชภัฏสวนดุสิต เป็นต้น
2. Free e-mail คือ อีเมล ที่สามารถสมัครได้ฟรีตาม web mail ต่างๆ 
เช่น Hotmail, Yahoo Mail, Thai Mail และ Chaiyo Mail

3. Search Engine (บริการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต)


                      Search Engine เป็นเว็บไซต์ที่มีเครื่องมือในการที่จะค้นหาเว็บไซต์ต่าง ๆ มาเก็บ
ไว้ในฐานข้อมูลของ ตัวเองโดยอัตโนมัติ เช่น Google.com หรือ Altavista.com ซึ่ง
เครื่องมือนี้ มีชื่อเรียกว่า Search Robot จะทำหน้าที่คอยวิ่งเข้าไปอ่านข้อความจากหน้า
เว็บไซต์ ของเว็บต่าง ๆ แล้วนำมาจัดลำดับคำค้นหา (Index) ที่มีในเว็บไซต์เหล่านั้น 
เก็บไว้ในฐานข้อมูลของตนเอง เมื่อเราเข้าไปใช้บริการ กับ  Search Engine

4. Instant Message (บริการสนทนาบนอินเทอร์เน็ต )


         Instant Messaging ก็คือการสนทนาทางโทรศัพท์อย่างหนึ่งแต่เป็นในรูปของตัวอักษร 
พนักงานในบริษัททั้งขนาดเล็กและใหญ่ต่างใช้ IM เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร 
สำหรับคนอีกจำนวนมาก IM คือการสื่อสารสำรองเมื่ออีเมล์มีปัญหาหรือเหตุฉุกเฉินอื่นๆ


5. การเข้าใช้เครื่องระยะไกล (Telnet)

5
         Telnet เป็นการขอเข้าไปใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ที่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตจากระยะไกล โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องไปนั่งอยู่หน้าเครื่อง เครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวนี้อาจอยู่ภายในสถานที่เดียวกับผู้ใช้ หรืออยู่ห่างกันคนละทวีปก็ได้ แต่ทั้งนี้ผู้ใช้ต้องมี account และรหัสผ่านจึงจะสามารถเข้าใช้เครื่องดังกล่าวไดส่วนคำสั่งในการ ทำงานนั้นขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการของเครื่องที่เข้าไปขอใช้

6.การโอนย้ายข้อมูล (File Transfer Protocol : FTP)
6

          การโอนย้ายข้อมูล หรือที่นิยมเรียกกันว่า FTP เป็นการสื่อสารอีกรูปแบบหนึ่งที่ใช้กันมากพอสมควรในอินเตอร์เน็ต โดยอาจใช้เพื่อการถ่ายโอนข้อมูลรวมถึงโปรแกรมต่าง ๆ ทั้งที่เป็น freeware sharewareจากแหล่ง ข้อมูลทั้งหลายมายังเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ใช้งานอยู่ ปัจจุบันมีหน่วยงานหลายแห่งที่กำหนดให้ Serverของตนทำหน้าที่เป็น FTP site เก็บรวบรวมข้อมูลและโปรแกรมต่าง ๆ สำหรับให้บริการ FTP ที่นิยมใช้กันมากได้แก่WS_FTP, CuteFTP
การโอนย้ายไฟล์สามารถแบ่งได้ดังนี้ คือ
ooooo1. การดาวน์โหลดไฟล์ (Download File ) การดาวน์โหลดไฟล์ คือ การรับข้อมูลเข้ามายังเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ ในปัจจุบันมีหลายเว็บไซต์ที่จัดให้มีการดาวน์โหลดโปรแกรมได้ฟรี เช่น http://www.download.com
ooooo2. การอัพโหลดไฟล์ (Upload File) การอัพโหลดไฟล์คือการนำไฟล์ข้อมูลจากเครื่องของผู้ใช้ไปเก็บไว้ในเครื่องที่ให้บริการ (Server) ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เช่น กรณีที่ทำการสร้างเว็บไซต์ จะมีการอัพโหลดไฟล์ไปเก็บไว้ในเครื่องบริการเว็บไซต์ (Web server ) ที่เราขอใช้บริการพื้นที่ (web server) โปรแกรมที่ช่วยในการอัพโหลดไฟล์เช่น FTP Commander
7. Web board (บริการกระดานข่าวหรือ เวบบอร์ด )
               WebBoard คือโปรแกรมที่ทำหน้าที่ในลักษณะเป็น กระดานสนทนา 
เป็นกระดานแจ้งข่าวสาร ข้อมูล และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
อ้างอิง https://krutarinee.wordpress.com

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡





              

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

ใบงานเรื่องการใช้งานเว็บเบราว์เซอร์

 ♡♡♡ ใบงานเรื่องการใช้งานเว็บเบราว์เซอร์ ♡♡♡



1. เว็บเบราว์เซอร์(Web Browser) หมายถึงอะไร💛
 ตอบ แอพพลิเคชัน (ซอฟต์แวร์ประยุกต์ที่พัฒนาขึ้นมา เพื่อใช้งานเฉพาะทาง) ที่ใช้สำหรับสืบค้น(browse) และแสดงหน้าเว็บ (webpage) ต่างๆ ที่อยู่ในเว็บเซิร์ฟเวอร์บนอินเทอร์เน็ต โดยบราวเซอร์ยอดนิยมจะมีอยู่ 2 ตัวด้วยกันคือ Internet Explorer และ Firefox ซึ่งบราวเซอร์พวกนี้จะสามารถแสดงผลหน้าเว็บที่จัดทำออกมาในรูปแบบของมัลติมี เดีย (ข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอ) ได้อย่างสมบูรณ์

2. ยกตัวอย่างเว็บเบราว์เซอร์ มา 5โปรแกรม💛


1) โปรแกรมอินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์ (Internet Explorer)










   2) Google Chrome คือเว็บเบราว์เซอร์ที่สร้างโดยกูเกิล เหมือนกับ Firefox





3)  Firefox เป็นเบราว์เซอร์ประเภทกราฟิก






4) Netscape Navigator


5) Opera เป็นเบราเซอร์แบบ All-in-one คือมีทุกอย่างมาให้ครบถ้วนในตัวมัน (มีทั้ง Email Client, IRC client, Feed Reader, BitTorrent และยังมีลูกเล่นอื่น ๆ อีกมากมาย)






3. เว็บเบราว์ที่สนใจ 1 โปรแกรม💛



Mozilla Firefox คือ โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ (Web Browser)
  • ที่ใช้สำหรับเปิดเว็บไซต์โดยมีทีม Mozilla เป็นผู้พัฒนา และยังเป็น (Open source browser) ที่สามารถให้โปรแกรมเมอร์ทั่วโลกพัฒนาโปรแกรมเสริมเพื่อใช้ร่วมกับ Mozilla Firefox ได้อีกด้วย ปัจจุบันเป็นที่นิยมของผู้ใช้งาน Internet เป็นอย่างมาก ความนิยมของผู้ใช้ทั่วโลกใกล้เคียงกันกับ Google Chrome เพราะมีความปลอดภัยสูง การเปิดหน้าเว็บเพจทำได้อย่างรวดเร็ว มีโปรแกรมเสริมมากมาย เช่นเดียวกันกับ Google Chrome


Firefox ดียังไง

  • Firefox เป็น Browser  ที่มีกระแสการตอบรับอย่างรวดเร็วเมื่อต้นปี 2006 ซึ่งขณะนี้มีผู้ใช้ Browser ตัวนี้เพิ่มมากขึ้นทุกวัน มียอดการ download ไปใช้งานมากกว่า 500 ล้านครั้งแล้ว นั่นแสดงให้เห็นว่า Firefox ต้องมีอะไรสักอย่างที่ดึงดูดนักท่องเว็บเหล่านั้น จุดเด่นที่สำคัญของ Mozilla Firefox ที่น่ากล่าวถึงเป็นอย่างแรกคือ ความเป็นโปรแกรม open source ที่พัฒนาโดยองค์การที่ไม่หวังผลกำไรและคนทั่วไป (ที่มีความสามารถในการเขียนโปรแกรม) จะเรียกว่า โปรแกรมเพื่อประชาชนโดยประชาชนก็น่าจะได้


คุณสมบัติที่น่าสนใจของ Firefox
– เป็นโปรแกรม Free Download ไม่ต้องตรวจสอบอะไร โหลดมาใช้ได้เลย
– ไฟล์ติดตั้งมีขนาดเล็ก ใช้เวลาในการดาวโหลดไม่นาน
– ไม่แฮงค์บ่อย ปลอดภัยจาก  spy ware ต่างๆ
– แก้ไขข้อบกพร่องได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีทีมงานพัฒนาอยู่ทั่วโลก มีการพัฒนาตลอดเวลา
– สนับสนุนการใช้งานทั้ง Window  MAX OS และ Linux ด้วย
– มีลูกเล่นต่างๆ มากมาย ที่ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนหน้าตาและการใช้งานได้ตามความถนัดของผู้ใช้ ด้วย themes, extensions  ต่างๆ มากมาย
🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂

วันพุธที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2561

สรุปคำสั่งhtml (2)

♡♡♡สรุปคำสั่งhtml ♡♡♡
  • คำสั่งสร้างตาราง
<TABLE>
<TR>
<TD> ข้อมูลแถวที่ 1 คอลัมน์ที่ 1 </TD>
<TD> ข้อมูลแถวที่ 1 คอลัมน์ที่ 2 </TD>
</TR>
<TR>
<TD> ข้อมูลแถวที่ 2 คอลัมน์ที่ 1 </TD>
<TD> ข้อมูลแถวที่ 2 คอลัมน์ที่ 2 </TD>
</TR> </TABLE>

  • การตกแต่งตารางด้วยภาพและสี
เพิ่ม BGCOLOR ใน <TABLE>,<TR>,<TD> ใช้กำหนดสีพื้นหลังของตาราง
เพิ่ม BACKGROUND ใน <TABLE>,<TR>,<TD> เพื่อกำหนดภาพพื้นหลังของตาราง

  •  การเชื่อมโยง
  • <A HREF>

สำหรับแท็กนี้ใช้สำหรับกำหนดจุดที่ใช้สำหรับการลิงค์เชื่อมโยงจากไฟล์หนึ่งไปยังอีกไฟล์หนึ่ง มีรูปแบบการใช้งาน คือ

< AHREF= “ปลายทางที่จะเชื่อมโยง” > ข้อความ </A>

< AHREF= “http://www.sanook.com” > ไปเว็บสนุก.คอม ครับ </A>

 การแปลงข้อความให้เป็นลิงก์
<A HREF="http://...."> ข้อความ </A>

การแปลงภาพให้เป็นลิงก์
<A HREF="http://...."> <IMG SRC="...."></A>

 การสร้างลิงค์ให้มีสีสรร
LINK ใช้กำหนดสีที่ยังไม่ได้ลิงค์
VLINK ใช้กำหนดสีที่ลิงค์แล้ว
ALINK ใช้กำหนดสีที่กำลังลิงค์

  • <MARQUEE>


สำหรับแท็กนี้เป็นแท็กที่ใช้สำหรับกำหนดการแสดงผลของ

ตัวอักษรวิ่งโดยมีรูปแบบการใช้

คือ <MARQUEE> ข้อความ </MARQUEE> มีคำสั่งย่อย

WIDTHแท็กนี้เป็นแท็กที่ใช้สำหรับกำหนดความกว้างของพื้นที่ตัวอักษรวิ่งโดยจะมีการกำหนดค่าเป็นหน่ว

ของ Pixel หรือเป็นเปอร์เซ็นต์ (%) มีรูปแบบการใช้งาน คือ

<
 MARQUEE WIDTH= “200” > หรือ < MARQUEE WIDTH= “20%” >

HEIGHT แท็กนี้ เป็นแท็กที่ใช้สำหรับกำหนดความสูงพื้นที่ตัวอักษรวิ่ง 

โดยจะมีการกำหนดค่าเป็นหน่วยของ Pixel หรือเป็นเปอร์เซ็นต์ (%) มีรูปแบบการใช้งาน 

คือ< MARQUEE HEIGHT = “200” > หรือ < MARQUEE HEIGHT = “20%” > 
  • <IMG>


สำหรับแท็กนี้ เป็นแท็กที่ใช้สำหรับแทรกรูปภาพลงบนไฟล์ HTML มีรูปแบบการใช้งาน 

คือ <IMG SRC= “ชื่อไฟล์รูปภาพ” >

 ALIGN ใช้สำหรับกำหนดลักษณะการวางภาพ โดยมีค่าต่างๆ ดังนี้  BOTTOM  MIDDLE  TOP

WIDTH สำหรับแท็กนี้ ใช้สำหรับ กำหนดขนาดความกว้างของรูป เมื่อต้องการให้รูปนั้นมีความกว้างตามที่กำหนด 

โดยไม่ใช้ความกว้างของรูปจริง มีรูปแบบการใช้งานคือ<IMG SRC= ใส่ชื่อไฟล์รูปภาพ WIDTH= 150”>.

HEIGHT สำหรับแท็กนี้ ใช้สำหรับ กำหนดขนาดความสูงของรูป เมื่อต้องการให้รูปนั้น มีความยาวตามที่กำหนด

โดยไม่ใช้ความยาวของรูปจริง มีรูปแบบการใช้งาน คือ<IMG SRC= ใส่ชื่อไฟล์รูปภาพ HEIGHT= 50”>

                
♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2561

สรุปคำสั่งHTML


 สรุปคำสั่งHTML
  • <HTML> </HTML> = คำสั่ง <HTML> คือคำสั่งเริ่มต้นในการเขียนโปรแกรม HTML และมีคำสั่ง </HTML> เพื่อบอกจุดสิ้นสุดโปรแกรม
  • <HEAD> </HEAD> = คำสั่ง <HEAD> คือคำสั่งบอกส่วนที่เป็นชื่อเรื่อง โดยมีคำสั่งย่อย <TITLE> อยู่ภายใน
  • <TITLE> </TITLE> = คำสั่ง <TITLE> คือคำสั่งบอกชื่อเรื่อง จะไปปรากฏที่ Title Bar
  • <BODY> </BODY>=คำสั่ง <BODY> คือคำสั่งบอกส่วนเนื้อเรื่อง ที่จะถูกแสดงผลในเวปบราวเซอร์ ประกอบด้วยรูปภาพ ตัวอักษร ตาราง เป็นต้น
  • <CENTER> ข้อความ </CENTER>=  คำสั่งจัดให้ข้อความอยู่กึ่งกลาง
  • <font size = "3"> ข้อความ </font> =  ขนาดตัวอักษร
  • <font color = "red"> ข้อความ </font>    สีตัวอักษร
  • <font face = "Arial"> ข้อความ </font>   = รูปแบบตัวอักษร
  • <b> ข้อความ </b> =ตัวอักษรหนา
  • <i> ข้อความ </i>   =ตัวอักษรเอน
  • <u> ข้อความ </u> =ขีดเส้นใต้ตัวอักษร
  • <OL value = "1" >
     <LI> รายการที่ 1 <LI> รายการที่ 2</OL>

    =การแสดงผลแบบรายการ ใช้คำสั่ง <OL> เป็นเริ่มและปิดท้ายด้วย </OL> ส่วนคำสั่ง <LI> เป็นตำแหน่งของรายการที่ต้องการนำเสนอ เราสามารถกำหนดให้แสดงผลรายการได้หลายแบบเช่น เรียงลำดับ 1,2,3... หรือ I,II,III... หรือ A,B,C,... ได้ทั้งนี้จะต้องเพิ่มคำสั่งเข้าไปที่ <OL value = "A"> เป็นต้น
  • <body bgcolor=yellow> = ใส่สีพื้นหลัง
  • &theta;= θ
  • &omega;= ω
  • &larr; = ←
  • &rarr;= →
  • &uarr;= ↑
  • &sum;= ∑
  • &cap;= ∩
  • &le;= ≤
  • &ge;= ≥
  • &lt; &gt; = เครื่องหมายมากกว่าน้อยกว่า
  • &copy; = ©
  • &divide; = เครื่องหมายหาร
  • &yen; = ¥
  • &euro; = €









วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2561

HTML


 ❂  HTML ❂

  • 1  HTML ย่อมาจาก HyperText Markup Language
                 หมายถึง เป็นภาษาคอมพิวเตอร์รูปแบบหนึ่ง ที่มีลักษณะเป็นภาษาในเชิง การบรรยายเอกสารไฮเปอร์มีเดีย (Hypermedia Document Description Language) เพื่อนำเสนอเอกสารนั้น เผยแพร่ในระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต มีโครงสร้างการเขียน ที่อาศัยตัวกำกับ เรียกว่า แท็ก (Tag) ควบคุมการแสดงผลของข้อความ, รูปภาพ หรือวัตถุอื่นๆ ผ่านโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ (Web Browser)

  • 2 รูปแบบการใช้คำสั่ง

ใช้ในการระบุรูปแบบคำสั่ง หรือการลงรหัสคำสั่ง HTML ภายในเครื่องหมาย less-than bracket (<) และ greater-than bracket (>) โดยที่ Tag HTML แบ่งได้ 2 ลักษณะ คือ 1. Tag เดี่ยว เป็น Tag ที่ไม่ต้องมีการปิดรหัส เช่น <hr>(Tag กำหนดเส้นคั่น), <br> (Tag กำหนดขึ้นบันทัดใหม่) 2. Tag เปิด/ปิด เป็น Tag ที่ประกอบด้วย Tag เปิด และ Tag ปิด โดย Tag ปิด จะมีเครื่องหมาย slash ( / ) นำหน้าคำสั่งใน Tag นั้น ๆ เช่น <B>……</B>(Tag กำหนดตัวหนา), <a href=URL>…จุด link..</a> (Tag กำหนดการเชื่อมโยงข้อมูล) 3. Tag เปิด/ปิด บาง tag ละ tag ปิดได้ เช่น <tr> (Tag กำหนดแถวตาราง), <th> (Tag กำหนดคอลัมภ์ตาราง) 4. คำสั่งใน Tag เขียนด้วยอักษรตัวใหญ่หรือเล็กก็ได้ เช่น <Body> หรือ <BODY> หรือ <body>

อ้างอิง: https://sites.google.com/a/bbw.ac.th/krupim-classroom/phasa-html



วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2561

ใบงานที่5

☁ ภาษาคอมพิวเตอร์ 
               
              ความหมาย  มีการศึกษา ได้ยิน ได้ฟัง กันมาตั้งแต่เกิดการใช้งานคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นเครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ทำงานตามที่ต้องการ จำเป็นต้องมีการกำหนดภาษา สำหรับใช้ติดต่อสั่งงานกับคอมพิวเตอร์ ภาษาคอมพิวเตอร์จะเป็น ”ภาษาประดิษฐ์” (Artificial Language) ที่มนุษย์คิดสร้างมาเอง เป็นภาษาที่มีจุดมุ่งหมายเฉพาะ มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัวและจำกัด 


♡♡♡♡♡ภาษาคอมพิวเตอร์อาจแบ่งได้เป็น 3 ระดับ ♡♡♡♡♡
  • ภาษาเครื่อง (Machine Language) 
  • ภาษาระดับต่ำ (Low Level Language) 
  • ภาษาระดับสูง (High Level Language)

  1. ภาษาเครื่อง (Machine Language)                                                                             การเขียนโปรแกรมเพื่อสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานในยุคแรก ๆ จะต้องเขียนด้วยภาษาซึ่งเป็นที่ยอมรับของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า “ภาษาเครื่อง” ภาษานี้ประกอบด้วยตัวเลขล้วน ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้ทันที ผู้ที่จะเขียนโปรแกรมภาษาเครื่องได้ต้องสามารถจำรหัสแทนคำสั่งต่างๆได้และในการคำนวณต้องสามารถจำได้ว่าจำนวนต่าง ๆ ที่ใช้ในการคำนวณนั้นถูกเก็บไว้ที่ตำแหน่งใด ดังนั้นโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดในการเขียนโปรแกรมจึงมีมากนอกจากนี้เครื่องคอมแต่ละระบบมีภาษาเครื่องที่แตกต่างกันออกทำให้เกิดความไม่สะดวกเมื่อมีการเปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์เพราะจะต้องเขียน โปรแกรมใหม่ทั้งหมด
  2. ภาษาระดับต่ำ (Low Level Language)
      ภาษาเครื่องเป็นภาษาที่มีความยุ่งยากในการเขียนดังได้กล่าวมาแล้ว จึงไม่มีผู้นิยมและมีการใช้น้อยโดยการใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษเป็นรหัสแทนการทำงานการใช้และการตั้งชื่อตัวแปรแทนตำแหน่งที่ใช้เก็บจำนวนต่าง ๆ ซึ่งเป็นค่าของตัวแปรนั้น ๆ การใช้สัญลักษณ์ช่วยให้การเขียนโปรแกรมนี้เรียกว่า“ภาษาระดับต่ำ”ภาษาระดับต่าเป็นภาษาที่มีความหมายใกล้เคียงกับภาษาเครื่องมากบางครั้งจึงเรียกภาษานี้ว่า“ภาษาอิงเครื่อง”(Machine– Oriented Language) ตัวอย่างของภาษาระดับต่ำ  ได้แก่ ภาษาแอสเซมบลี เป็นภาษาที่ใช้คำในอักษรภาษาอังกฤษเป็นคำสั่งให้เครื่องทำงาน เช่น ADD หมายถึง บวก SUB หมายถึง ลบ 
  3. ภาษาระดับสูง (High Level Language)
      ภาษาระดับสูงเป็นภาษาที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเขียนโปรแกรม กล่าวคือลักษณะของคำสั่งจะประกอบด้วยคำต่าง ๆ ในภาษาอังกฤษ ซึ่งผู้อ่านสามารถเข้าใจความหมายได้ทันที ผู้เขียนโปรแกรมจึงเขียนโปรแกรมด้วยภาษาระดับสูงได้ง่ายกว่าเขียนด้วยภาษาแอ สเซมบลีหรือภาษาเครื่อง ภาษาระดับสูงมีมากมายหลายภาษา อาทิเช่น ภาษาฟอร์แทรน (FORTRAN) ภาษาโคบอล (COBOL) ภาษาปาสคาล (Pascal) ภาษาเบสิก(BASIC) ภาษาวิชวลเบสิก (Visual Basic) ภาษาซี (C) และภาษาจาวา (Java) เป็นต้น โปรแกรมที่เขียนด้วยภาษาระดับสูงแต่ละภาษาจะต้องมีโปรแกรมที่ทำหน้าที่แปล ภาษาระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่อง เช่น โปรแกรมแปลภาษาฟอร์แทรนเป็นภาษาเครื่อง                                                                                       ภาษาระดับสูงที่จะกล่าวถึงในที่นี้ ได้แก่
    1)  ภาษาฟอร์แทรน (FORmula TRANstation : FORTRAN)
    จัด เป็นภาษาระดับสูงที่เก่าแก่ที่สุด ได้รับการคิดค้นขึ้นเป็นครั้งแรก ราว พ.ศ. 2497 โดยบริษัท ไอบีเอ็ม เป็นภาษาที่เหมาะสำหรับงานที่ต้องการการคำนวณ เช่น งานทางด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และงานวิจัยต่าง ๆ                                                 2)  ภาษาโคบอล (Common Business Oriented Language : COBOL)
    เป็นภาษาที่พัฒนาขึ้นในราว พ.ศ. 2502 ต่อมาได้รับการปรับปรุงจากคณะกรรมการซึ่งเป็นตัวแทนของหน่วยงานธุรกิจและรัฐบาลของสหรัฐอเมริกาเป็นภาษาโคบอลมาตรฐานในปีพ.ศ.2517เป็นภาษาที่เหมาะสมสำหรับงานด้านธุรกิจ เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ส่วนมากมีโปรแกรมแปลภาษาโคบอล                                                 3)  ภาษาเบสิก (Beginner’s All – purpose Symbolic Instruction Code : BASIC)
    เป็นภาษาที่ได้รับการคิดขึ้นเป็นครั้งแรกที่วิทยาลัยดาร์ทมัธ(Dartmouth College) และเผยแพร่เป็นทางการในปีพ.ศ.2508ภาษาเบสิกเป็นภาษาที่สร้างขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้สอนเพื่อใช้สอนเขียนโปรแกรมแทนภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาอื่นเช่นภาษาฟอร์แทรน                                                                                                            4) ภาษาปาสคาล (Pascal)
    ตั้ง ชื่อตามนักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ชื่อ เบลส ปาสคาล (Blaise Pascal) ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องคิดเลขโดยใช้เฟืองหมุน ภาษาปาสคาลคิดขึ้นในปี พ.ศ. 2514 โดยนิคลอส เวียซ (Niklaus Wirth)ศาสตราจารย์วิชาคอมพิวเตอร์ชาวสวิต ภาษาปาสคาลได้รับการออกแบบให้ใช้ง่ายและมีโครงสร้างที่ดีจึงเหมาะกับการใช้สอนหลักการเขียนโปรแกรม ปัจจุบันภาษาปาสคาลยังคงได้รับความนิยมใช้ในการเรียนเขียนโปรแกรม คอมพิวเตอร์
แหล่งอ้างอิง
https://sites.google.com/site/programcomputer56/home/phasa-khxmphiwtexr

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

ใบงานที่2 เรื่องตัวอย่างโครงคอมพิวเตอร์ประเภทพัฒนาเกม

โครงงานพัฒนาเกม ( Game Development)            เป็นโครงงานพัฒนาซอฟต์แวร์เกมเพื่อความรู้ และ/หรือ ความเพลิดเพลิน เช่น เกมหมากรุก เกมหมา...