วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

ใบงานเรื่องการใช้งานเว็บเบราว์เซอร์

 ♡♡♡ ใบงานเรื่องการใช้งานเว็บเบราว์เซอร์ ♡♡♡



1. เว็บเบราว์เซอร์(Web Browser) หมายถึงอะไร💛
 ตอบ แอพพลิเคชัน (ซอฟต์แวร์ประยุกต์ที่พัฒนาขึ้นมา เพื่อใช้งานเฉพาะทาง) ที่ใช้สำหรับสืบค้น(browse) และแสดงหน้าเว็บ (webpage) ต่างๆ ที่อยู่ในเว็บเซิร์ฟเวอร์บนอินเทอร์เน็ต โดยบราวเซอร์ยอดนิยมจะมีอยู่ 2 ตัวด้วยกันคือ Internet Explorer และ Firefox ซึ่งบราวเซอร์พวกนี้จะสามารถแสดงผลหน้าเว็บที่จัดทำออกมาในรูปแบบของมัลติมี เดีย (ข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอ) ได้อย่างสมบูรณ์

2. ยกตัวอย่างเว็บเบราว์เซอร์ มา 5โปรแกรม💛


1) โปรแกรมอินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์ (Internet Explorer)










   2) Google Chrome คือเว็บเบราว์เซอร์ที่สร้างโดยกูเกิล เหมือนกับ Firefox





3)  Firefox เป็นเบราว์เซอร์ประเภทกราฟิก






4) Netscape Navigator


5) Opera เป็นเบราเซอร์แบบ All-in-one คือมีทุกอย่างมาให้ครบถ้วนในตัวมัน (มีทั้ง Email Client, IRC client, Feed Reader, BitTorrent และยังมีลูกเล่นอื่น ๆ อีกมากมาย)






3. เว็บเบราว์ที่สนใจ 1 โปรแกรม💛



Mozilla Firefox คือ โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ (Web Browser)
  • ที่ใช้สำหรับเปิดเว็บไซต์โดยมีทีม Mozilla เป็นผู้พัฒนา และยังเป็น (Open source browser) ที่สามารถให้โปรแกรมเมอร์ทั่วโลกพัฒนาโปรแกรมเสริมเพื่อใช้ร่วมกับ Mozilla Firefox ได้อีกด้วย ปัจจุบันเป็นที่นิยมของผู้ใช้งาน Internet เป็นอย่างมาก ความนิยมของผู้ใช้ทั่วโลกใกล้เคียงกันกับ Google Chrome เพราะมีความปลอดภัยสูง การเปิดหน้าเว็บเพจทำได้อย่างรวดเร็ว มีโปรแกรมเสริมมากมาย เช่นเดียวกันกับ Google Chrome


Firefox ดียังไง

  • Firefox เป็น Browser  ที่มีกระแสการตอบรับอย่างรวดเร็วเมื่อต้นปี 2006 ซึ่งขณะนี้มีผู้ใช้ Browser ตัวนี้เพิ่มมากขึ้นทุกวัน มียอดการ download ไปใช้งานมากกว่า 500 ล้านครั้งแล้ว นั่นแสดงให้เห็นว่า Firefox ต้องมีอะไรสักอย่างที่ดึงดูดนักท่องเว็บเหล่านั้น จุดเด่นที่สำคัญของ Mozilla Firefox ที่น่ากล่าวถึงเป็นอย่างแรกคือ ความเป็นโปรแกรม open source ที่พัฒนาโดยองค์การที่ไม่หวังผลกำไรและคนทั่วไป (ที่มีความสามารถในการเขียนโปรแกรม) จะเรียกว่า โปรแกรมเพื่อประชาชนโดยประชาชนก็น่าจะได้


คุณสมบัติที่น่าสนใจของ Firefox
– เป็นโปรแกรม Free Download ไม่ต้องตรวจสอบอะไร โหลดมาใช้ได้เลย
– ไฟล์ติดตั้งมีขนาดเล็ก ใช้เวลาในการดาวโหลดไม่นาน
– ไม่แฮงค์บ่อย ปลอดภัยจาก  spy ware ต่างๆ
– แก้ไขข้อบกพร่องได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีทีมงานพัฒนาอยู่ทั่วโลก มีการพัฒนาตลอดเวลา
– สนับสนุนการใช้งานทั้ง Window  MAX OS และ Linux ด้วย
– มีลูกเล่นต่างๆ มากมาย ที่ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนหน้าตาและการใช้งานได้ตามความถนัดของผู้ใช้ ด้วย themes, extensions  ต่างๆ มากมาย
🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂🙂

วันพุธที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2561

สรุปคำสั่งhtml (2)

♡♡♡สรุปคำสั่งhtml ♡♡♡
  • คำสั่งสร้างตาราง
<TABLE>
<TR>
<TD> ข้อมูลแถวที่ 1 คอลัมน์ที่ 1 </TD>
<TD> ข้อมูลแถวที่ 1 คอลัมน์ที่ 2 </TD>
</TR>
<TR>
<TD> ข้อมูลแถวที่ 2 คอลัมน์ที่ 1 </TD>
<TD> ข้อมูลแถวที่ 2 คอลัมน์ที่ 2 </TD>
</TR> </TABLE>

  • การตกแต่งตารางด้วยภาพและสี
เพิ่ม BGCOLOR ใน <TABLE>,<TR>,<TD> ใช้กำหนดสีพื้นหลังของตาราง
เพิ่ม BACKGROUND ใน <TABLE>,<TR>,<TD> เพื่อกำหนดภาพพื้นหลังของตาราง

  •  การเชื่อมโยง
  • <A HREF>

สำหรับแท็กนี้ใช้สำหรับกำหนดจุดที่ใช้สำหรับการลิงค์เชื่อมโยงจากไฟล์หนึ่งไปยังอีกไฟล์หนึ่ง มีรูปแบบการใช้งาน คือ

< AHREF= “ปลายทางที่จะเชื่อมโยง” > ข้อความ </A>

< AHREF= “http://www.sanook.com” > ไปเว็บสนุก.คอม ครับ </A>

 การแปลงข้อความให้เป็นลิงก์
<A HREF="http://...."> ข้อความ </A>

การแปลงภาพให้เป็นลิงก์
<A HREF="http://...."> <IMG SRC="...."></A>

 การสร้างลิงค์ให้มีสีสรร
LINK ใช้กำหนดสีที่ยังไม่ได้ลิงค์
VLINK ใช้กำหนดสีที่ลิงค์แล้ว
ALINK ใช้กำหนดสีที่กำลังลิงค์

  • <MARQUEE>


สำหรับแท็กนี้เป็นแท็กที่ใช้สำหรับกำหนดการแสดงผลของ

ตัวอักษรวิ่งโดยมีรูปแบบการใช้

คือ <MARQUEE> ข้อความ </MARQUEE> มีคำสั่งย่อย

WIDTHแท็กนี้เป็นแท็กที่ใช้สำหรับกำหนดความกว้างของพื้นที่ตัวอักษรวิ่งโดยจะมีการกำหนดค่าเป็นหน่ว

ของ Pixel หรือเป็นเปอร์เซ็นต์ (%) มีรูปแบบการใช้งาน คือ

<
 MARQUEE WIDTH= “200” > หรือ < MARQUEE WIDTH= “20%” >

HEIGHT แท็กนี้ เป็นแท็กที่ใช้สำหรับกำหนดความสูงพื้นที่ตัวอักษรวิ่ง 

โดยจะมีการกำหนดค่าเป็นหน่วยของ Pixel หรือเป็นเปอร์เซ็นต์ (%) มีรูปแบบการใช้งาน 

คือ< MARQUEE HEIGHT = “200” > หรือ < MARQUEE HEIGHT = “20%” > 
  • <IMG>


สำหรับแท็กนี้ เป็นแท็กที่ใช้สำหรับแทรกรูปภาพลงบนไฟล์ HTML มีรูปแบบการใช้งาน 

คือ <IMG SRC= “ชื่อไฟล์รูปภาพ” >

 ALIGN ใช้สำหรับกำหนดลักษณะการวางภาพ โดยมีค่าต่างๆ ดังนี้  BOTTOM  MIDDLE  TOP

WIDTH สำหรับแท็กนี้ ใช้สำหรับ กำหนดขนาดความกว้างของรูป เมื่อต้องการให้รูปนั้นมีความกว้างตามที่กำหนด 

โดยไม่ใช้ความกว้างของรูปจริง มีรูปแบบการใช้งานคือ<IMG SRC= ใส่ชื่อไฟล์รูปภาพ WIDTH= 150”>.

HEIGHT สำหรับแท็กนี้ ใช้สำหรับ กำหนดขนาดความสูงของรูป เมื่อต้องการให้รูปนั้น มีความยาวตามที่กำหนด

โดยไม่ใช้ความยาวของรูปจริง มีรูปแบบการใช้งาน คือ<IMG SRC= ใส่ชื่อไฟล์รูปภาพ HEIGHT= 50”>

                
♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2561

สรุปคำสั่งHTML


 สรุปคำสั่งHTML
  • <HTML> </HTML> = คำสั่ง <HTML> คือคำสั่งเริ่มต้นในการเขียนโปรแกรม HTML และมีคำสั่ง </HTML> เพื่อบอกจุดสิ้นสุดโปรแกรม
  • <HEAD> </HEAD> = คำสั่ง <HEAD> คือคำสั่งบอกส่วนที่เป็นชื่อเรื่อง โดยมีคำสั่งย่อย <TITLE> อยู่ภายใน
  • <TITLE> </TITLE> = คำสั่ง <TITLE> คือคำสั่งบอกชื่อเรื่อง จะไปปรากฏที่ Title Bar
  • <BODY> </BODY>=คำสั่ง <BODY> คือคำสั่งบอกส่วนเนื้อเรื่อง ที่จะถูกแสดงผลในเวปบราวเซอร์ ประกอบด้วยรูปภาพ ตัวอักษร ตาราง เป็นต้น
  • <CENTER> ข้อความ </CENTER>=  คำสั่งจัดให้ข้อความอยู่กึ่งกลาง
  • <font size = "3"> ข้อความ </font> =  ขนาดตัวอักษร
  • <font color = "red"> ข้อความ </font>    สีตัวอักษร
  • <font face = "Arial"> ข้อความ </font>   = รูปแบบตัวอักษร
  • <b> ข้อความ </b> =ตัวอักษรหนา
  • <i> ข้อความ </i>   =ตัวอักษรเอน
  • <u> ข้อความ </u> =ขีดเส้นใต้ตัวอักษร
  • <OL value = "1" >
     <LI> รายการที่ 1 <LI> รายการที่ 2</OL>

    =การแสดงผลแบบรายการ ใช้คำสั่ง <OL> เป็นเริ่มและปิดท้ายด้วย </OL> ส่วนคำสั่ง <LI> เป็นตำแหน่งของรายการที่ต้องการนำเสนอ เราสามารถกำหนดให้แสดงผลรายการได้หลายแบบเช่น เรียงลำดับ 1,2,3... หรือ I,II,III... หรือ A,B,C,... ได้ทั้งนี้จะต้องเพิ่มคำสั่งเข้าไปที่ <OL value = "A"> เป็นต้น
  • <body bgcolor=yellow> = ใส่สีพื้นหลัง
  • &theta;= θ
  • &omega;= ω
  • &larr; = ←
  • &rarr;= →
  • &uarr;= ↑
  • &sum;= ∑
  • &cap;= ∩
  • &le;= ≤
  • &ge;= ≥
  • &lt; &gt; = เครื่องหมายมากกว่าน้อยกว่า
  • &copy; = ©
  • &divide; = เครื่องหมายหาร
  • &yen; = ¥
  • &euro; = €









วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2561

HTML


 ❂  HTML ❂

  • 1  HTML ย่อมาจาก HyperText Markup Language
                 หมายถึง เป็นภาษาคอมพิวเตอร์รูปแบบหนึ่ง ที่มีลักษณะเป็นภาษาในเชิง การบรรยายเอกสารไฮเปอร์มีเดีย (Hypermedia Document Description Language) เพื่อนำเสนอเอกสารนั้น เผยแพร่ในระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต มีโครงสร้างการเขียน ที่อาศัยตัวกำกับ เรียกว่า แท็ก (Tag) ควบคุมการแสดงผลของข้อความ, รูปภาพ หรือวัตถุอื่นๆ ผ่านโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ (Web Browser)

  • 2 รูปแบบการใช้คำสั่ง

ใช้ในการระบุรูปแบบคำสั่ง หรือการลงรหัสคำสั่ง HTML ภายในเครื่องหมาย less-than bracket (<) และ greater-than bracket (>) โดยที่ Tag HTML แบ่งได้ 2 ลักษณะ คือ 1. Tag เดี่ยว เป็น Tag ที่ไม่ต้องมีการปิดรหัส เช่น <hr>(Tag กำหนดเส้นคั่น), <br> (Tag กำหนดขึ้นบันทัดใหม่) 2. Tag เปิด/ปิด เป็น Tag ที่ประกอบด้วย Tag เปิด และ Tag ปิด โดย Tag ปิด จะมีเครื่องหมาย slash ( / ) นำหน้าคำสั่งใน Tag นั้น ๆ เช่น <B>……</B>(Tag กำหนดตัวหนา), <a href=URL>…จุด link..</a> (Tag กำหนดการเชื่อมโยงข้อมูล) 3. Tag เปิด/ปิด บาง tag ละ tag ปิดได้ เช่น <tr> (Tag กำหนดแถวตาราง), <th> (Tag กำหนดคอลัมภ์ตาราง) 4. คำสั่งใน Tag เขียนด้วยอักษรตัวใหญ่หรือเล็กก็ได้ เช่น <Body> หรือ <BODY> หรือ <body>

อ้างอิง: https://sites.google.com/a/bbw.ac.th/krupim-classroom/phasa-html



วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2561

ใบงานที่5

☁ ภาษาคอมพิวเตอร์ 
               
              ความหมาย  มีการศึกษา ได้ยิน ได้ฟัง กันมาตั้งแต่เกิดการใช้งานคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นเครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ทำงานตามที่ต้องการ จำเป็นต้องมีการกำหนดภาษา สำหรับใช้ติดต่อสั่งงานกับคอมพิวเตอร์ ภาษาคอมพิวเตอร์จะเป็น ”ภาษาประดิษฐ์” (Artificial Language) ที่มนุษย์คิดสร้างมาเอง เป็นภาษาที่มีจุดมุ่งหมายเฉพาะ มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัวและจำกัด 


♡♡♡♡♡ภาษาคอมพิวเตอร์อาจแบ่งได้เป็น 3 ระดับ ♡♡♡♡♡
  • ภาษาเครื่อง (Machine Language) 
  • ภาษาระดับต่ำ (Low Level Language) 
  • ภาษาระดับสูง (High Level Language)

  1. ภาษาเครื่อง (Machine Language)                                                                             การเขียนโปรแกรมเพื่อสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานในยุคแรก ๆ จะต้องเขียนด้วยภาษาซึ่งเป็นที่ยอมรับของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า “ภาษาเครื่อง” ภาษานี้ประกอบด้วยตัวเลขล้วน ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้ทันที ผู้ที่จะเขียนโปรแกรมภาษาเครื่องได้ต้องสามารถจำรหัสแทนคำสั่งต่างๆได้และในการคำนวณต้องสามารถจำได้ว่าจำนวนต่าง ๆ ที่ใช้ในการคำนวณนั้นถูกเก็บไว้ที่ตำแหน่งใด ดังนั้นโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดในการเขียนโปรแกรมจึงมีมากนอกจากนี้เครื่องคอมแต่ละระบบมีภาษาเครื่องที่แตกต่างกันออกทำให้เกิดความไม่สะดวกเมื่อมีการเปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์เพราะจะต้องเขียน โปรแกรมใหม่ทั้งหมด
  2. ภาษาระดับต่ำ (Low Level Language)
      ภาษาเครื่องเป็นภาษาที่มีความยุ่งยากในการเขียนดังได้กล่าวมาแล้ว จึงไม่มีผู้นิยมและมีการใช้น้อยโดยการใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษเป็นรหัสแทนการทำงานการใช้และการตั้งชื่อตัวแปรแทนตำแหน่งที่ใช้เก็บจำนวนต่าง ๆ ซึ่งเป็นค่าของตัวแปรนั้น ๆ การใช้สัญลักษณ์ช่วยให้การเขียนโปรแกรมนี้เรียกว่า“ภาษาระดับต่ำ”ภาษาระดับต่าเป็นภาษาที่มีความหมายใกล้เคียงกับภาษาเครื่องมากบางครั้งจึงเรียกภาษานี้ว่า“ภาษาอิงเครื่อง”(Machine– Oriented Language) ตัวอย่างของภาษาระดับต่ำ  ได้แก่ ภาษาแอสเซมบลี เป็นภาษาที่ใช้คำในอักษรภาษาอังกฤษเป็นคำสั่งให้เครื่องทำงาน เช่น ADD หมายถึง บวก SUB หมายถึง ลบ 
  3. ภาษาระดับสูง (High Level Language)
      ภาษาระดับสูงเป็นภาษาที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเขียนโปรแกรม กล่าวคือลักษณะของคำสั่งจะประกอบด้วยคำต่าง ๆ ในภาษาอังกฤษ ซึ่งผู้อ่านสามารถเข้าใจความหมายได้ทันที ผู้เขียนโปรแกรมจึงเขียนโปรแกรมด้วยภาษาระดับสูงได้ง่ายกว่าเขียนด้วยภาษาแอ สเซมบลีหรือภาษาเครื่อง ภาษาระดับสูงมีมากมายหลายภาษา อาทิเช่น ภาษาฟอร์แทรน (FORTRAN) ภาษาโคบอล (COBOL) ภาษาปาสคาล (Pascal) ภาษาเบสิก(BASIC) ภาษาวิชวลเบสิก (Visual Basic) ภาษาซี (C) และภาษาจาวา (Java) เป็นต้น โปรแกรมที่เขียนด้วยภาษาระดับสูงแต่ละภาษาจะต้องมีโปรแกรมที่ทำหน้าที่แปล ภาษาระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่อง เช่น โปรแกรมแปลภาษาฟอร์แทรนเป็นภาษาเครื่อง                                                                                       ภาษาระดับสูงที่จะกล่าวถึงในที่นี้ ได้แก่
    1)  ภาษาฟอร์แทรน (FORmula TRANstation : FORTRAN)
    จัด เป็นภาษาระดับสูงที่เก่าแก่ที่สุด ได้รับการคิดค้นขึ้นเป็นครั้งแรก ราว พ.ศ. 2497 โดยบริษัท ไอบีเอ็ม เป็นภาษาที่เหมาะสำหรับงานที่ต้องการการคำนวณ เช่น งานทางด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และงานวิจัยต่าง ๆ                                                 2)  ภาษาโคบอล (Common Business Oriented Language : COBOL)
    เป็นภาษาที่พัฒนาขึ้นในราว พ.ศ. 2502 ต่อมาได้รับการปรับปรุงจากคณะกรรมการซึ่งเป็นตัวแทนของหน่วยงานธุรกิจและรัฐบาลของสหรัฐอเมริกาเป็นภาษาโคบอลมาตรฐานในปีพ.ศ.2517เป็นภาษาที่เหมาะสมสำหรับงานด้านธุรกิจ เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ส่วนมากมีโปรแกรมแปลภาษาโคบอล                                                 3)  ภาษาเบสิก (Beginner’s All – purpose Symbolic Instruction Code : BASIC)
    เป็นภาษาที่ได้รับการคิดขึ้นเป็นครั้งแรกที่วิทยาลัยดาร์ทมัธ(Dartmouth College) และเผยแพร่เป็นทางการในปีพ.ศ.2508ภาษาเบสิกเป็นภาษาที่สร้างขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้สอนเพื่อใช้สอนเขียนโปรแกรมแทนภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาอื่นเช่นภาษาฟอร์แทรน                                                                                                            4) ภาษาปาสคาล (Pascal)
    ตั้ง ชื่อตามนักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ชื่อ เบลส ปาสคาล (Blaise Pascal) ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องคิดเลขโดยใช้เฟืองหมุน ภาษาปาสคาลคิดขึ้นในปี พ.ศ. 2514 โดยนิคลอส เวียซ (Niklaus Wirth)ศาสตราจารย์วิชาคอมพิวเตอร์ชาวสวิต ภาษาปาสคาลได้รับการออกแบบให้ใช้ง่ายและมีโครงสร้างที่ดีจึงเหมาะกับการใช้สอนหลักการเขียนโปรแกรม ปัจจุบันภาษาปาสคาลยังคงได้รับความนิยมใช้ในการเรียนเขียนโปรแกรม คอมพิวเตอร์
แหล่งอ้างอิง
https://sites.google.com/site/programcomputer56/home/phasa-khxmphiwtexr

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2561

ใบงานที่4

โปรแกรมคอมพิวเตอร์
แบ่งออกเป็น 3 ประเภท
  1. โปรแกรมระบบ หมายถึงโปรแกรมที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของฮาร์ดแวร์ทุกอย่างและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์                                                                                               OS (Operating System) คือโปรแกรมระบบที่ทำหน้าที่ควบคุมการใช้งานส่วน ต่างๆของเครื่องคอมพิวเตอร์เช่นควบคุมหน่วยความจำควบคุมหน่วยประมวลผลควบคุม หน่วยรับและควบคุมหน่วยแสดงผล ตลอดจนแฟ้มข้อมูลต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด และสามารถใช้อุปกรณ์ทุกส่วนของคอมพิวเตอร์มาทำงานได้อย่างเต็มที่ นอกจากนั้นยังเข้ามาช่วยจัดสรรการใช้ทรัพยากรในเครื่องและช่วยจัดการกระบวน การพื้นฐานที่สำคัญ ๆ ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ เช่น การเปิดหรือปิดไฟล์การสื่อสารกันระหว่างชิ้นส่วนต่าง ๆ ภายในเครื่อง การส่งข้อมูลออกสู่เครื่องพิมพ์หรือจอภาพ                                                                                                                             Translation Programคือ โปรแกรมระบบที่ทำหน้าที่ในการแปลโปรแกรม หรือชุดคำสั่งที่เขียนด้วยภาษาที่ไม่ใช่ภาษาเครื่องหรือภาษาเครื่องที่ไม่ เข้าใจให้เป็นภาษาที่เครื่องเข้าใจ และนำไปปฏิบัติได้ เช่น ภาษาBASIC,COBOL,C,PASCAL
  2. โปรแกรมอเนกประสงค์ คือโปรแกรมตัวเล็ก ที่ทำหน้าที่เฉพาะด้านไปอย่าง โปรแกรมบีบอัดไฟล์ Winzip, Winrar หรือ โปรแกรมดูภาพจำพวก ACDsee โปรแกรม MS Word สำหรับการพิมพ์งานเอกสารรูปแบบต่างๆ,โปรแกรม MS Excel สำหรับการทำเอกสารที่เป็นแบบฟอร์ม กราฟ หรือการเก็บข้อมูล และโปรแกรม MS PowerPoint สำหรับการทำไฟล์นำเสนองาน (Presentation)
  3. โปรแกรมประยุกต์ (อังกฤษ: application software) ในบางครั้งเรียกย่อว่า แอปพลิเคชัน คือซอฟต์แวร์ประเภทหนึ่งสำหรับใช้งานสำหรับงานเฉพาะทาง ซึ่งแตกต่างกับซอฟต์แวร์ประเภทอื่น เช่น ระบบปฏิบัติการ ที่ใช้สำหรับรับรองการทำงานหลายด้าน โดยไม่จำเพาะเจาะจง ตัวอย่างโปรแกรมประยุกต์ เช่นโปรแกรมสำหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ต เช่น อินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์ ไฟร์ฟอกซ์ ไฟล์ซิลลา โปรแกรมเล่นเพลง เช่น วินแอมป์ วินโดวส์มีเดียเพลเยอร์ ไอทูนส์ โปรแกรมสำนักงาน เช่น ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ โอเพนออฟฟิศ โปรแกรมอื่น ๆ เช่น ออโตแคด ไมโครสเตชัน                                                                                                                               3.1 ซอฟต์แวร์สำหรับงานเฉพาะด้าน เป็น Software ที่ใช้สำหรับงานเฉพาะด้าน เช่น Software สำหรับงานธนาคารการฝากถอนเงิน Software สำหรับงานทะเบียนนักเรียน ซอฟต์แวร์คิดภาษี ซอฟต์แวร์การให้บริการร้าน Seven ฯลฯ                                                                                       3.2 ซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไป เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับงานทั่วไป โดยในซอฟต์แวร์ 1 ตัวมีความสามารถในการทำงานได้หลายอย่าง เช่น ซอฟต์แวร์งานด้านเอกสาร (Microsoft Word ) มีความสามารถในการสร้างงานเอกสารต่าง ๆ จัดทำเอกสารรายงาน จัดทำแผ่นพับ จัดทำหนังสือเวียน จัดทำสื่อสิ่งพิมพ์
♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2561

ใบงานที่3


ใบงานที่3

การถ่ายทอดความคิดในการแก้ปัญหาด้วยอัลกอริทึม
  •  การเขียนรหัสจำลอง

คือการเขียนอัลกอริทึมโดยใช้ประโยคภาษาอังกฤษที่สื่อความหมายง่าย ๆ  สามารถอ่านแล้วเข้าใจได้โดยทันที แต่ก็สามารถใช้รูปแบบที่เป็นภาษาพูดด้วยภาษาไทยและภาษาอังกฤษก็ได้

ตัวอย่าง คำสั่ง  read    หมายถึง  การอ่านค่าหรือรับค่าข้อมูลตัวแปรตามที่กำหนดไว้
คำสั่ง  
print    หมายถึง  การแสดงผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณและพิมพ์ข้อความ 
End  เมื่อจบการทำงาน
  • การเขียนผังงาน (flowchart)
2.1 ผังงาน คือ แผนภาพที่มีการใช้สัญลักษณ์รูปภาพและลูกศรที่แสดงถึงขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมหรือระบบทีละขั้นตอน รวมไปถึงทิศทางการไหลของข้อมูลตั้งแต่แรกจนได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ มี 2 ประเภท คือ ผังงานระบบ และผังงานโปรแกรม
2.2 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการเขียนผังงาน
การเขียนผังโปรแกรมจะประกอบไปด้วยการใช้สัญลักษณ์มาตรฐานต่าง ๆ ที่เรียกว่า
สัญลักษณ์
ANSI        ( American National Standards Institute ) ในการสร้างผังงาน

 



  •  ตัวอย่าง




♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

ใบงานที่2 เรื่องตัวอย่างโครงคอมพิวเตอร์ประเภทพัฒนาเกม

โครงงานพัฒนาเกม ( Game Development)            เป็นโครงงานพัฒนาซอฟต์แวร์เกมเพื่อความรู้ และ/หรือ ความเพลิดเพลิน เช่น เกมหมากรุก เกมหมา...